วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

การทำรีเอ็นจิเนียริ่งขั้นที่ 2

ขั้นที่ 2การกำหนดวิสัยทันศ์ที่ค่อนข้างจะป็นไปได้ในอนาคตและมีความชัดเจน
วิสัยทันศ์เป็นมุมมองในอนาคตของผู้บริหารที่มีความสำคํญอย่างยิ่งของการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เพราะวิสัยทันศ์เป็นตัวกำหนดทิศทาง เป้าหมายนั้นมีดังนี้

  1. การปฏิบัติการ(Operations)ในสำนักงานคือ การบริหารและอำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลข่าวสารแก่หน่วยงานทั้งภายในและภายองค์กร
  2. วัตถุประสงค์ที่สามารถวัดได้(Mesurable objectives) คือ ความถูกต้องรวดเร็วและสร้างความพึงพอใจแก่บุคคลที่มาใช้บริการ
  3. ลดขั้นตอนในการทำงานที่ไม่จำเป็นให้สั้นลงและพัฒนาปรับปรุงเวลาในการทำงานให้มีความเหมาะสมโดยคงคุณภาพที่ดีไว้
  4. กำหนดระบบการประสานงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล การตัดสินใจและกระบวนการทำงาน ให้เป็นระบบเดียวกันที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
  5. ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนช่วยเหลือการบริหารงานทุกระดับ และสามารถใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศติดต่อกันได้ทั่วโลก
  6. การเจาะกลุ่มบริการที่มีการเน้นกลุ่มลูกค้าเป็นสำคัญว่าควรนั้นเป็นกลุ่มไหนทั้งรายย่อยและรายใหญ่
  7. การตอบคำถามทางโทรศัพนท์สามารถให้บริการข้อมูลได้อย่างครบถ้วนทุกเรื่อง ณ จุดเดียว(คือ เป็น (One stop service center)
  8. จัดสำนักงานให้เป็นอัฉริยะ(Intelligent building)และเป็นสำนักงานไร้กระดาษ
  9. วิธีการทำงานต้องเร็วใช้ระยะเวลาน้อยมีการประสานการทำงานของคนและธุรกิจให้เข้ากับเทคโนโลยี
  10. เปลี่ยนแปลงระบบการรายงานทางการเงินการเขียนข้อเสนองาน และสัญยาตลอดจนการติดต่อกับผู้ผลิตอุปกรณ์ผู้จัดส่งของ ผู้ติดต่ออุปกรณ์ และการเรียกเก็บเงิน
  11. การบริการไม่ใช่มองต้นทุนและราคาแต่ควรเป็นนวัตกรรมด้านบริหารที่มีคุณภาพ
  12. อง๕การที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีโครงสร้างที่คล่องตัว เน้นการมีส่วนร่วมในการทำงานของทุกระดับเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสแสดงบทบาททางความคิดและความสามารถเต็มที
  13. การจูงใจบุคลากรที่มีความสามารถสูงโดยให้อัตราเงินเดือนที่สูงมากกว่าการเน้นไปที่สวัสดิการ
  14. ควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมเพียงพอให้องค์การดำเนินอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  15. การกำหนดขั้นตอนการทำงานจะเน้นการประชุม ปรึกษาหารือมากกว่าการติดต่อสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งจะช้ากว่า
  16. กำหนดหน้าที่งานสำหรับพนักงานทุกคน(Job description) ฝึกอบรมพนักงานทุกระดับเพื่อฝึกให้เป็นมืออาชีพหรือให้มีจิตวิญญาณเป็นผู้ประกอบการ(Entrepreeur)
  17. สรรหาบุคลากรที่เป็นคนดี มีความสามารถและพยายามที่จะพัฒนาเขา จนมีความสามารถสูงขึ้นเรื่อยๆ และพยายามรักษาเขาไว้ให้ได้นานที่สุด มีการคิดค้นระบบผลตอบแทนใหม่ๆให้กับพนักงานและผู้บริหารอย่างยุติธรรมและสามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นได้
  18. การแข่งขันจะต้องมีการปรับกลยุทธ์และระบบการบริหารภายใน ให้ดีเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเชิงความได้เปรียบเหนืองคู่แข่ง
  19. การบริหารต้องทันสมัยและสอดคล้องสภาพแวดล้อมสนองความต้องการของลูกค้า
  20. เปลียนจากยุคข้อมูลสารสนเทศ(Information age)เป็นยุคการสื่อสารที่สมบรูณ์แบบ(Communication age)
  21. ให้คอมพิวเตอร์เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะนำมาใช้ในการบริหารงาน และสร้างระบบเครือข่ายสำหรับการจัดการ(Managememt network) และเครือข่ายสำหรับลูกค้า(Castomer network)
  22. การเลือกผู้นำที่มีสิสัยทัศน์(zVision) ที่กว้างไกลและสามารถทำงานร่วมกับบุคคลทุกระดับทุกฝ่าย
  23. การดำเนินแผนกลยุทธ์จะใช้การรีเอ็นจิเนียริ่งเป็นแนวทางไปสู่ความสำเร็จ

นอกจากแนวทางของวิสัยทัศน์(Vision) ที่กำหนดในส่วนสำนักงานแล้วผู้บริหารอาจกำหนดวิสัยทัศน์(Vision)ในส่วนภายนอกอย่างอื่นๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนของสำนักงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้ได้อีกดังนี้

  1. ธุรกิจในอนาคตเป็นการแข่งขันที่รุนแรงด้วยการแย่งชิงตลาด และการแย่งชิงบุคลากรที่มีความสามารถถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ(Key succuss)รวมทั้งการเข้าไปยึดตลาดใหม่มีมากขึ้น
  2. การส้ร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากับผู้ขาย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจกันและกัน
  3. พนักงาน ผู้รับเหมา ผู้ขายและลูกค้าจะเป็นผู้ฝ้กใฝ่และแสวงหาข้อมูลและความรู้อยู่ตลอดเวลา
  4. ผู้บริหารอค์การจะต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนขบวนการโดยอยู่เบื้องหลังการบังคับบัญชา
  5. ผู้บริหารสูงสุด(Chif Executive Officer-C.E.O) ต้องยอมลดระดับการควบคุม แต่ยังคงถือคำสั่งการบังคับบัญชาอยู่
  6. ต้องมีวิธีการสื่อสารที่ทำให้พนักงานเข้าใจ และนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันให้ได้
  7. นำองค์การไปสู่การแข่งขันกับระบบภายนอกเพื่อเข้าสู่ธุรกิจระดับโลก
  8. การรักษาภาพพจน์ที่ดีขององค์การไว้ เช่น มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า
  9. การสร้างแผนการกระจายเครือข่ายงานในแบบให้มืออาชีพเข้ามาช่วย และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภายในองค์กรให้เกิดขึ้นมากที่สุด
  10. การดำเนินการในธุรกิจจะพยายามเข้าไปดำเนินการในธุรกิจด้านอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกัน
  11. เลือกดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมกับเวลา และพยายามมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
  12. ฐานะการเงินที่มั่นคงจะไม่ใช่จุดสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่องค์การจะเติบโตและประสบความสำเร็จด้วยความสามารถทางการบริหาร

วิสัยทัศน์(Vision)ที่กล่าวมาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง และปรับให้สอดคล้องกับภาวการณ์ในโลกของการแข่งขันไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลา สถานที่ บุคคลที่อิสระทางความคิด ซึ่งเป็นมุมมองที่เฃแตกต่างกันของแต่ละบุคคล

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

D3_5021408155-สอบปฎิบัติ




ประเทศกรีซ (Greece) มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าสาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) อยู่ปลายคาบสมุทรบอลข่าน เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก มีทั้งนักปรัชญาเมธี นักคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก การได้ไปเยือนประเทศกรีซจึงเหมือนเป็นการย้อนรอยอดีตที่ยิ่งใหญ่เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้วสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของอาคารนี้คือรูปปั้นเทพี 6 นางทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคา ซึ่งมีชื่อเรียกว่าคารีอาทีด (Caryatids)
รูปปั้นที่เห็นบนระเบียงนี้เป็นรูปปั้นที่จำลองแบบจากของเดิม ส่วนของจริง นางหนึ่งไปยืนอวดโฉมให้คนทั่วโลกชื่นชมในอังกฤษที่ British Museum ส่วนอีกห้านางที่เหลือ เขาย้ายไปไว้ในพิพิธภัณฑ์บนอะโครโปลิสภายใต้กระจกกันอากาศภายนอก เพื่อไม่ให้ผุกร่อนไปมากกว่านี้ สามารถเข้าไปชมได้หลังจากเดินชมอาคารภายนอกทั่วแล้ว มีเสียงเล่าลือว่าหลังจากที่นางหนึ่งโดนนำไปไว้ที่อังกฤษ วันดีคืนดีชาวบ้านจะได้ยินเสียงผู้หญิงร่ำไห้ระงมมาจากยอดเขาเพราะคิดถึงพี่น้องที่จากไป บรื๋อส์
จุดเริ่มต้นของการเที่ยวประเทศกรีซก็ต้องเป็นเมืองหลวงคือกรุงเอเธนส์ (Athens) เมื่อไปถึงกรุงเอเธนส์ ทุกคนก็คงอยากเห็นวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) อันยิ่งใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอะโครโปลิส (Acropolis) ใจกลางเมือง
วิหารพาร์เธนอนเป็นวิหารในแบบดอริก มีความยิ่งใหญ่มากเมื่อยืนต่อหน้า ในรูปข้างล่างจะเห็นคนตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่หน้าวิหาร เดิมเคยเป็นที่ประทับของรูปปั้นยืนเทพีอะธีนา แต่ตอนนี้ผุพังไปหมดแล้ว วิหารนี้สร้างขึ้นอย่างงดงามโดยคำนึงถึงทัศนียภาพของผู้ชมที่มองจากภายนอกเป็นหลัก จริง ๆ แล้วเดิมวิหารนี้ประดับประดาไปด้วยภาพแกะสลักนูนสูงนูนต่ำทั้งหน้าบันและภายใน ภายหลังที่กรีซถูกปกครองภายใต้จักรวรรดิออตโตมันของพวกเตอร์ก ได้มีทูตชาวอังกฤษใช้อิทธิพลนำภาพแกะสลักทั้งหลายกลับอังกฤษและต่อมาขายต่อให้กับพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) ในกรุงลอนดอน ใครที่ไปลอนดอนควรหาโอกาสไปดูกรีกคอลเลกชันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของรายละเอียดของวิหารพาร์เธนอนแห่งนี้

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

งานครั้งที่ 3

HARDDISK

คอมพิวเตอร์มีส่วนที่สำคัญคือ ส่วนประมวลผล ส่วนรับข้อมูล และก็ส่วนแสดงผล แต่ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลมาประมวลผลก็ต้องมีข้อมูล ซึ่งข้อมูลนั้นจะต้องถูกนำมาจากที่แห่งหนึ่งนั้นก็คือส่วนที่เรียกว่า Storage ซึ่งคอมพิวเตอร์ในยุคแรกจะเป็นกระดาษที่เป็นรู ซึ่งใช้งานยาก จากนั้นได้พัฒนามาใช้ แผ่นพลาสติกที่เครื่องด้วยสารแม่เหล็ก ที่เรียกว่า Diskette ต่อมาเมื่อข้อมูลมากขึ้นจำนวนการเก็บข้อมูลก็มากขั้นทำให้การเก็บข้อมูลลงบนแผ่น Diskette นั้นไม่เพียงพอ ต่อมาก็ทำการพัฒนามาเป็น Hard Disk ในปัจจุบัน ระบบของ Hard disk ต่างจากแผ่น Diskette โดยจะมีจำนวนหน้าในการเก็บข้อมูลมากกว่า 2 หน้า ในการเก็บข้อมูลของ Hard Disk นั้นก็ไม่ต่างกับการเก็บข้อมูลลงบน Diskette ทั่วไปมากนัก Hard Disk ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กมากกว่า 2แผ่นเรียงกันอยู่บนแกน Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อมๆกัน Hard Disk ใช้หัวอ่านเพียงหัวเดียวในการทำงาน ทั้งอ่านและเขียนข้อมูล ในการเขียนข้อมูลหัวอ่านจะได้รับกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าสู่คอยล์ของหัวอ่าน เพื่อรับข้อมูล เป็นการแปลงความหนาแน่นของสารแม่เหล็กที่เคลือบอยู่บน Disk ออกมาให้กับ CPU เพื่อทำการประมวลผล ส่วนการเก็บข้อมูล จะเก็บอยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอล โดยเก็บเป็นเลขฐาน 2 คือ 0 และ 1 การเก็บข้อมูลจะเริ่ม


Seek Time เป็นระยะเวลาที่แกนยืดหัวอ่านเขียน Hard Disk เคลื่อนหัวอ่านเขียนไประหว่างแทร็คของข้อมูลบน Hard Disk ซึ่งในปัจจุบัน Hard Disk จะมีแทร็คข้อมูลอยู่ประมาณ 3,000 แทร็คในแต่ละด้านของแพล็ตเตอร์ ขนาด 3.5 นิ้ว ความสามารถในการเคลื่อนที่ จากแทร็คที่อยู่ไปยังข้อมูลในบิตต่อไป อาจเป็นการย้ายตำแหน่งไปเพียง อีกแทร็คเดียวหรืออาจย้ายตำแหน่งไปมากกว่า 2,999 แทร็คก็เป็นได้ Seek time จะวัดโดยใช้หน่วยเวลาเป็น มิลลิเซก (ms) ค่าของ Seek time ของการย้ายตำแหน่งของแขนยึดหัวอ่านเขียน ไปในแทร็คถัดไปในแทร็คที่ อยู่ติดๆกันอาจใช้เวลาเพียง 2 ms ในขณะที่การย้ายตำแหน่งจากแทร็คที่อยู่นอกสุดไปหาแทร็คที่อยู่ในสุด หรือ ตรงกันข้ามจะต้องใช้เวลามากถึงประมาณ 20 ms ส่วน Average seek time จะเป็นค่าระยะเวลาเฉลี่ย ในการย้ายตำแหน่ง ของหัวเขียนอ่านไปมาแบบสุ่ม (Random) ในปัจจุบันค่า Average seek time ของ Hard Disk จะอยู่ ในช่วงตั้งแต่ 8 ถึง 14 ms แม้ว่าค่า seek จะระบุเฉพาะคุณสมบัติในการทำงานเพียง ด้านกว้างและยาวของ แผ่นดิสก์ แต่ค่า Seek time มักจะถูกใช้ในการเปรียบเทียบ คุณสมบัติทางด้านความ เร็วของ Hard Disk ปกติจะเรียกรุ่นของ Hard Disk ตามระดับความเร็ว Seek ค่า Seek time ยังไม่สามารถแสดงให้ประสิทธิภาพทั้งหมดของ Hard Disk ได้ จะแสดงให้เห็นเพียงแต่การค้นหาข้อมูลในแบบสุ่ม ของตัว Drive เท่านั้น ไม่ได้แสดงในแง่ของ การอ่านข้อมูลแบบเรียงลำดับ (sequential) Cylinder Switch Time เวลาในการสลับ Cylinder สามารถเรียกได้อีกแบบว่าการสลับแทร็ค (track switch) ในกรณีนี้แขนยึดหัวอ่านเขียนจะวางตำแหน่งของหัวอ่านเขียนอยู่เหนือ Cylinder ข้อมูลอื่น ๆ แต่มีข้อแม้ว่า แทร็คข้อมูลทั้งหมดจะต้องอยู่ใน ตำแหน่งเดียวกันของแพล็ตเตอร์อื่น ๆ ด้วย เวลาในการสลับระหว่าง Cylinder จะวัดด้วยระยะเวลาเฉลี่ยที่ตัว ไดร์ฟใช้ในการสลับจาก Cylinder หนึ่งไปยัง Cylinder อื่น ๆ เวลาในการสลับ Cylinder จะวัดด้วยหน่วย ms Head Switch Time เป็นเวลาสลับการทำงานของหัวอ่านเขียน แขนยึด หัวอ่านเขียนจะเคลื่อนย้ายหัวอ่านเขียนไปบนแพล็ตเตอร์ที่อยู่ในแนวตรงกัน หัวอ่านเขียนเพียงหัวเดียวทำหน้าที่อ่านหรือบันทึกข้อมูลในเวลาใดเวลาหนึ่ง ระยะเวลาในการสลับกันทำงานของหัวอ่านเขียนจะวัดด้วยเวลาเฉลี่ยที่ตัวไดร์ฟใช้สลับ ระหว่างหัวอ่านเขียน สองหัวในขณะ อ่านบันทึกข้อมูล เวลาสลับหัวอ่านเขียนจะวัดเป็นหน่วย ms Rotational Latency เป็นช่วงเวลาที่คอยการหมุนของแผ่นดิสก์ภายในการหมุนภายใน Hard Disk เกิดขึ้นเมื่อหัวอ่านเขียนวางตำแหน่งอยู่เหนือแทร็คข้อมูลที่เหมาะสม ระบบการทำงานของหัวอ่านเขียนข้อมูลจะรอให้ตัวไดร์ฟ หมุนแพล็ตเตอร์ไปยังเซ็กเตอร์ที่ถูกต้อง ช่วงระยะเวลาที่รอคอยนี้เองที่ถูกเรียกว่า Rotational Latency ซึ่งจะวัดเป็นหน่วย ms แต่ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ RPM (จำนวนรอบต่อนาที) การควบคุม Hard Disk Hard Disk จะสามารถทำงานได้ต้องมีการควบคุมจาก CPU โดยจะมีการส่งสัญญาณการใช้งานไปยัง Controller Card ซึ่ง Controller Card แบ่งออกได้ประมาณ 5 ชนิด ซึ่งจะกล่าวถึงเพียง 3 ชนิดที่ยังคงมีและใช้อยู่ในปัจจุบัน IDE (Integrated Drive Electronics) ระบบนี้มีความจุใกล้เคียงกับแบบ SCSI แต่มีราคาและความเร็วในการขนย้ายข้อมูลต่ำกว่า ตัวควบคุม IDE ปัจจุบันนิยมรวมอยู่ในแผงตัวควบคุม







SCSI (Small Computer System Interface) เป็น Controller Card ที่มี Processor อยู่ในตัวเองทำให้เป็นส่วนเพิ่มขยายกับแผงวงจรใหม่ ใช้ควบคุมอุปกรณ์เสริมอื่นที่เป็นระบบ SCSI ได้ เช่น Modem CD-ROM Scanner และ Printer ใน Card หนึ่งๆจะสนับสนุนการต่ออุปกรณ์ได้ถึง 8 ตัว




Serial ATA (Advanced Technology Attachment) เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 26 มิถุนายน 2545 งาน PC Expo ใน New York ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีการนำเสนอ Parallel ATA มากว่า 20 ปี รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆที่ทำให้การอ่านข้อมูลได้เร็วขึ้น วันนี้บริษัท Intel Seagate และบริษัทอื่นๆ คอยช่วยกันพัฒนาให้เกิดเทคโนโลยี Serial ATA ขึ้นมาแทนที่ Serial ATA มีความเร็วในเข้าถึงข้อมูลถึง 150 Mbytes ต่อ วินาที และให้ผลตอบสนองในการทำงานได้เร็วมากในส่วนของ extreme application เช่น Game Home Video และ Home Network Hub มีจำนวน pin น้อยกว่า Parallel ATA Serial ATA II ของทาง Seagate คาดว่าจะออกวางตลาดภายในปี 2546 และจะทำงานได้กับ Serial ATA 1.0 ทั้งทางด้าน products และ maintain software


การบำรุงรักษา การ Defrag ซึ่งก็คือการจัดเรียงข้อมูลใน Hard Disk เสียใหม่เพื่อให้ Hard Disk ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่เราเขียนข้อมูล ไม่ว่าจะด้วยการติดตั้งโปรแกรมใหม่ หรือว่าใช้คำสั่ง Save จากโปรแกรมใดๆ ก็ตาม หรือการ Download ข้อมูล Program จาก Internet รวมไปถึงการ Copy ข้อมูลลงไปใน Hard Disk นั้น สิ่งที่เครื่องคอมพิวเ ตอร์ต้องสั่งให้ Hard Disk ทำคือ เขียนข้อมูลเหล่านั้นลงไปบนพื้นที่ว่างบน Hard Disk ซึ่งการเขียนข้อมูลของ Hard Disk นั้นจะไม่เหมือนกับการเขียนข้อมูลในหนังสือหรือกระดาษอย่างที่เราทำกัน แต่โครงสร้างของ Drive จะแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เป็นบล็อกอย่างที่เรารู้จักกันคือ Cluster ในการเขียนข้อมูลนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องเข้าไปจองพื้นที่เป็น Cluster โดยที่ไม่สนใจว่าจะใช้เต็มพื้นที่หรือไม่ ถ้าข้อมูลมีขนาดใหญ่เกินไปก็จะใช้พื้นที่หลายๆ Cluster ซึ่งจะว่าไปแล้วในตอนแรกนั้นข้อมูลก็ยังคงจะเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่อย่างที่ควรจะเป็น แต่ว่าเมื่อมีการใช้งานหนักเข้าเรื่อยๆ โดยเฉพาะ Application ต่างๆ บนวินโดวส์จำเป็นต้องมีการเปิด File หลายๆ File พร้อมกัน รวมทั้งมีการเขียนและลบ File บ่อยๆ จะทำให้ข้อมูลกระจายออกไป

ข้อมูลจาก http://www.bcoms.net/hardware/harddisk.asp

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

งานชิ้นที่2


ประเภทของโมเด็ม
ประเภทของโมเด็ม จำแนกตามอินเตอร์เฟตหรือการติดต่อในการทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้ 2 ชนิดหลักๆ คือ
Internal Modem
Modem แบบติดตั้งภายใน (Internal Modem) Modem แบบที่เป็นการ์ดเสียบเข้ากับสล็อตในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเอง จุดเด่นของโมเด็มแบบติดตั้งภายในก็คือ ราคาถูกกว่า ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยเพราะโมเด็มถูกติดตั้งไว้ในตัวเครื่องแล้ว กินไฟน้อยด้วย และส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบติดตั้งภายนอกสำหรับโมเด็มแบบนี้รุ่นใหม่ๆ จะติดตั้งง่ายมากด้วยระบบ plug & play ส่วนข้อด้อยก็คือ เมื่อทำงานไปนานๆ จะเกิดความร้อนะสะสมภายในเครื่อง แถมยังกินไฟจากเพาเวอร์ซัพพลาย ด้วย และยังมีปัญหาการมี IRQ ขัดแย้งกับอุปกรณ์หลายตัวภายในเครื่องอีกด้วย การเลือกชื้อ Modem แบบติดตั้งภายใน ยังมีส่วนที่คำนึงถึงอีกอย่างก็คือ แบบของสล็อตที่ว่างอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา คุณต้องเปิดดูแล้วล่ะครับว่า สล็อตที่วางอยู่บนเมนบอร์ดเป็นสล็อตแบบใหน ซึ่งสล็อตที่ว่านี้จะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ PCI กับแบบ ISA เพราะคุณต้องซื้อให้ถูกไม่งั้นก็เสียบไม่ได้ แต่ถ้าบังเอิญว่าบนเมนบอร์ดของคุณมีสล็อตเหลืออยู่ทั้งแบบ PCI และ ISA ก็ให้เลือกใช้แบบ PCI นะครับ เพราะ แบบ PCI ราคาถูกกว่าและ ทำงานได้เร็วกว่าด้วยครับ Modem แบบติดตั้งภายในจะติดตั้งได้เฉพาะเครื่องคอมแบบ PC เท่านั้นไม่สามารถใช้งานกับ NoteBook ได้



External Modem
Modem แบบติดตั้งภายนอก (External Modem) โดยจะต่อกับ Serial Port อาจจะเป็นที่ USB, Com1 หรือ Com2 และจะมี Case และ Power Supply ต่างหาก โดยจะทำการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่านทาง Communication Port หรือ Port RS232 ข้อดีของ Modem แบบนี้ก็คือ บนตัว Modem เองจะมีไฟบอกสถานะการทำงาน เพื่อบอกให้ผู้ใช้ทราบว่า ตัว Modem ยัง Connect อยู่อย่างปกติหรือไม่ และนอกจากนี้ การที่ตัว Modem มี Power Supply แยกต่างหากก็ทำให้ไม่ต้องไปใช้ Power ร่วมกับ CPU หรืออุปกรณ์อื่น และข้อดีอีกอย่าง Modem แบบ Extennal สะดวกมากในการย้ายไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เพราะเพียงถอดสายที่ต่ออยู่กับ Com Port ก็สามารถยก Modem ไปใช้ได้เลย เมื่อมีข้อดี ก็ย่อมจะมีข้อเสีย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ต้องมีพื้นที่พอที่จะวางตัว Modem ที่ต้องติดตั้งอยู่ภายนอกกล่อง CPU และข้อเสียอีกอย่างก็คือ ราคาค่อนข้างจะสูงเมื่อเทียบกับ Modem แบบ Internal ที่ความเร็วเท่ากัน
โมเด็มประเภทอื่นๆ
Modem แบบ PCMCIA PCMCIA หรือ PC Card เป็นโมเด็มที่มีขนาดเล็กที่สุด มีขนาดเท่าบัตรเครดิต ได้รับการออกแบบเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ้ค ส่วนประกอบของโมเด็มชนิดนี้จะมีลักษณะคล้ายกับโมเด็มชนิดติดตั้งภายใน ราคาค่าตัวค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับแบบอื่น


ที่มาhttp://72.14.235.132/search?q=cache:MnH229umH0AJ:www.geocities.com/kai_lalakung/modem2.htm+%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%A1&hl=th&ct=clnk&cd=2&gl=th




วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

งานครั้งที่ 1

ความหมายและองค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติ
ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ สำนักงานอัตโนมัติ คือ การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในงานสำนักงานงานซึ่งประกอบด้วย พนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ


ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ

ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย


เทคโนโลยีเพื่อสำนักงานอัตโนมัติ

1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ -ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีสมรรถนะสูง ราคาแพง เหมาะสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ -เมนเฟรม บันทึกและจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับหน่วยงานธุรกิจขนาดใหญ่-ไมโครคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มีขนาดเล็ก นิยมใช้เป็นลูกข่ายในระบบเครือข่าย
2.เทคโนโลยีโทรคมนาคม -เทคโนโลยีโทรคมนาคมพื้นฐาน -ระบบโทรศัพท์ ปัจจุบันมีโทรศัพท์พีซีที เป็นโทรศัพท์ไร้สายซึ่งสามารถถือติดตัว โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการใช้โทรศัพท์ ที่เรียกว่า เทเลโฟนี (telephony) -ระบบโทรสาร เป็นอุปกรณ์สำหรับส่งภาพลักษณ์ของเอกสารในสำนักงานผ่านระบบโทรศัพท์จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง -ระบบประชุมทางไกล -ระบบสื่อสารข้อมูล เป็นการส่งข้อความ หรือข้อมูลผ่านระบบโทรคมนาคมระหว่างสถานที่สองแห่ง ประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนรับ/ส่งข้อมูล,ส่วนแปลงสัญญาณ,ส่วนการสื่อสาร
3.เทคโนโลยีสำนักงาน - เครื่องพิมพ์ดีด - เครื่องถ่ายเอกสาร - เครื่องบันทึกเอกสารลงบนไมโครฟิล์มและเครื่องอ่านไมโครฟิล์ม - เครื่องบันทึกเอกสารลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์
4. เทคโนโลยีภาพกราฟิก งานประมวลภาพกราฟิกเป็นงานที่เกี่ยวกับการนำเอกสารมาสแกนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาบันทึกบนสื่อบันทึก หรือแสดงบนจอภาพ หรือส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเช่นเดียวกับโทรสาร บางกรณีต้องการเปลี่ยนภาพกราฟิกให้เป็นข้อความสำหรับนำไปใช้งานอื่นๆ จึงจำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมประเภทโปรแกรมรู้จำอักขระด้วยแสง (Optical Character Recognition,OCR)
5. ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่เป็นมาตรฐานง่ายๆ ซึ่งสามารถจัดสร้างขึ้นให้ผู้ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าถึงได้ และมีการกำหนดการทำงานกับเอกสารที่เป็นมาตรฐานและใช้กันอย่างกว้างขวาง ยังมีการนำแนวคิดและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไปใช้กับการจัดระบบเครือข่ายอื่นๆ ได้แก่ ระบบอินทราเน็ต และระบบเอกซ์ทราเน็ต


อ้างอิงโดย http://gotoknow.org/blog/kukamon2/206556?class=yuimenuitemlabel